• หน้าแรก
  • หน้านี้.. เป็นของฉัน!

บันทึกสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจ…(ของฉัน)

บล็อก

Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

เขาพระวิหาร

ตุลาคม 3, 2008 โดย gaeykub

การอภิปรายวิชาการ

เรื่อง เขตประเทศทับซ้อนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน

โดย พลเรือเอกถนอม เจริญลาภ และ ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล

ณ วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2551

 

เขตทางทะเล หมายถึง การประกาศเขตต่าง ๆ ทางทะเลของประเทศไทย เช่น อ่าวประวัติศาสตร์ น่านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขตเส้นฐานตรงไหล่ทวีป และเขตเศรษฐกิจจำเพาะ เป็นต้น สำหรับเขตแดนทางทะเล คือ เขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย ในอ่าวไทย และเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับพม่า อินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในทะเลอันดามัน

 

                จากการประกาศเขตไล่ทวีปของเวียดนาม กัมพูชา และไทย ทำให้ทั้ง 3 ประเทศ มีพื้นที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทยประมาณ 10,000 ไมล์ทะเล ในปี 2534 กัมพูชาและเวียดนามได้ทำความตกลงที่เรียกว่า “Working Arrangement Line” คือ เส้นแบ่งที่กำหนดให้กัมพูชาอยู่ทางเหนือของพื้นที่ทับซ้อน และเวียดนามอยู่ทางส่วนใต้ ความตกลงนี้ ทำให้ไทยมีพื้นที่ทับซ้อนกับเวียดนามเพียงส่วนใต้ มีพื้นที่ 6,000 ตารางกิโลเมตร แต่สำหรับส่วนบนเป็นความทับซ้อนกับกัมพูชา มีพื้นที่ประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร

               

ประเทศไทยได้เจรจากับเวียดนาม เรื่อง “การกำหนดเขตแดนระหว่างเวียดนามกับไทยในอ่าวไทย” โดยเริ่มต้นการเจรจาตั้งแต่ปี 2535 และได้ยุติข้อตกลงในปี 2540

 

                ในขณะที่ ประเทศไทยได้เริ่มเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชาตั้งแต่ปี 2538 เป็นครั้งแรก จากนั้นก็เงียบงันไปหลายปี เนื่องจากปัญหาการเมืองภายในกัมพูชา จนกระทั่งมาเริ่มต้นอีกครั้งในปี 2545 และติดต่อมาจนถึงปัจจุบัน รายละเอียดการเจรจาต่อรองไม่สามารถนำมาเล่าสู่กันฟังได้ในขณะนี้ ต้องรอไปจนกว่าการเจรจาตกลงจะบรรลุข้อยุติ

 

                โดยความเห็นส่วนตัวของพลเรือเอกถนอม เจริญลาภ ในเรื่องเกี่ยวกับการเจรจาปัญหาการอ้างเขตไหล่ทวีปทับซ้อนในอ่าวไทยของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น ได้กล่าวไว้ว่า น่าจะไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามให้มีการแสวงประโยชน์ร่วมกัน เพราะดูท่าทีจากทั้ง 2 ฝ่าย เห็นว่ามีจุดยืนที่ห่างกันมากถ้าเป็นไปได้ หัวหน้าคณะเจรจาทั้ง 2 น่าจะหาลือกันยกเลิกวิธีการเดิม แล้วเริ่มเจรจาแบ่งเส้นเขตแดนทางทะเลตลอดแนวทะเล หากในระยะเวลาหนึ่ง เช่น 5 หรือ 10 ปี ยังไม่ประสบการณ์สำเร็จ ควรหารือกันอีกครั้งว่าน่าจะเหมาะสมหรือไม่ ที่จะตกลงร่วมกันใช้บริการศาลโลก การนำอดีตขึ้นสู่ศาลโลก ใช่ว่าจะต้องทะเลาะกัน จะเห็นว่าในปัญหาเขตแดนทางทะเล เมื่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นว่าการเจรจาถึงทางตัน ก็นำคดีขึ้นสู่ศาลโลกให้ช่วยดำเนินการให้ ดังเช่นคดีไหล่ทวีปทะเลเหนือระหว่างเยอรมัน เดนมาร์ค กับเนเธอร์แลนด์ คนไทยอาจจะมีความรู้สึกไม่ค่อยดีกับศาลโลก เนื่องจากคำตัดสินคดีปราสาทเขาประวิหาร แต่โดยความเป็นจริงเท่าที่ติดตามผลงานของศาลโลก เกี่ยวกับการตัดสินคดีเขตแดนทางทะเลต่าง ๆ พลเรือเอกถนอม เห็นว่าศาลโลกมีความยุติธรรมและเชื่อถือได้ คำชี้แจ้งของศาลโลกในคดีต่าง ๆ ยังถูกนำมาอ้างอิงเป็นบรรทัดฐานการเจรจาได้เสมอ เมื่อมีประเด็นที่สามารถอ้างอิงได้และฝ่ายตรงข้ามจะยอมรับเป็นส่วนมาก พลเรือเอกถนอมมีความมุ่งหวังที่จะให้เป็นข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาเขตไหล่ทวีปของประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวไทยและแสดงความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเจรจาอยู่กับกัมพูชาขณะนี้

 

                สนธิสัญญาและคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาท ในประเด็นที่ว่า การแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา เป็นสนธิสัญญาหรือไม่นั้น ไม่มีนักกฎหมายระหว่างประเทศคนใดในโลก สามารถปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้ ทั้งนี้ เนื่องจากสนธิสัญญาคือ “ความตกลงระหว่างรัฐ” ที่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งอาจเป็นได้หลายรูปแบบ อาทิ อนุสัญญา ปฏิญญา หนังสือแลกเปลี่ยน หรือแถลงการณ์ร่วม แม้แต่สมาคมอาเซียนยังสถาปนาขึ้นมาได้จากแถลงการณ์ร่วมลงวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ.1967 ซึ่งสหประชาชาติที่สถาปนาโดยกฎบัตรสหประชาชาติ ลงนามโดยสมาชิกผู้เริ่มก่อตั้ง

 

                ฉะนั้น การที่ผู้หนึ่งผู้ใดอ้างว่า “แถลงการณ์ร่วม” มิใช่ “สนธิสัญญา” นั้น จึงเป็นการเข้าใจผิดโดยรากฐาน และปราศจากความรู้ความเข้าใจในตัวบทของอนุสัญญากรุงเวียนนาเมื่อปี ค.ศ. 1969 ว่าด้วยสนธิสัญญาซึ่งได้ให้คำนิยามสนธิสัญญาอย่างชัดเจนว่าเป็นความตกลงระหว่างประเทศซึ่งทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร และมีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศไม่ว่าจะทำขึ้นในรูปแบบใด โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อว่า “สนธิสัญญา” เสมอไป ทั้งนี้จะเป็นในรูปแบบ “แถลงการณ์ร่วม” ก็ยังได้

 

                ด้วยเหตุผลข้างต้น แถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา จึงเป็นสนธิสัญญาฉบับใหม่ซึ่งยืนยันว่าบัดนี้ไทยได้เพิกถอนคำคัดค้านคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหารเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1962 รวมทั้งถอนข้อสงวนที่ตั้งไว้อย่างชัดเจนในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน โดย ฯพณฯ ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการสนธิประชาชาติแสดงท่าทีของรัฐบาลไทยอย่างชัดแจ้งว่าไทยมิได้ขัดขืนหรือฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลฯ ซึ่งไทยไม่เห็นด้วย

 

                สรุปได้ว่าคำแถลงการณ์ร่วมของไทยและกัมพูชา ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เป็นการหยิบยื่นดินแดนให้กัมพูชาโดยปราศจากเงื่อนไข

               

 

 

 

 

 

บันทึกโพสใน เรื่องทั่วไป | No Comments Yet

  • หน้า

    • หน้านี้.. เป็นของฉัน!
      • หนังที่ฉันชอบดู…
      • หนังสือที่ฉันชอบอ่าน…
      • เพลงที่ฉันชอบฟัง… (ตอนนี้นะ!)
  •  

    ตุลาคม 2008
    จ อ พ พฤ ศ ส อา
    « ก.ย.    
     12345
    6789101112
    13141516171819
    20212223242526
    2728293031  
  • คลังเก็บ

    • ตุลาคม 2008
    • กันยายน 2008
    • กรกฎาคม 2008
  • Meta

    • เข้าสู่ระบบ
    • Entries RSS
    • ความเห็น RSS
    • WordPress.com
  • เรื่องล่าสุด

    • Wallace & Gromit บุกตลาดเกม..
    • อะไรเอ่ย? ซ่อนไว้หลังภาพแวนโก๊ะ..
    • Bluetooth บางที่สุดในโลก!
    • New Arrival VOL.117
    • ช่องทางของพวกแฮกเกอร์
  • ป้ายกำกับ

    Add new tag Life Is A Journey.. wimax บล็อก เนื้อคู่
  • หมวดหมู่

    • เรื่องทั่วไป
    • IT News..
  • ความเห็นล่าสุด

    • Mr WordPress บน ความหมายของคำว่า “เนื้อคู่”!
  • Blog Stats

    • 255 hits
  • จำนวนการคลิกสุงสุด

    • ไม่มี
  • Top Posts

    • ไม่มี
  • Authors

    • gaeykub

บลอกที่ WordPress.com .

ชุดรูปแบบ: Mistylook โดย Sadish