เรื่องนี้อ่านแล้ว มีผู้คนให้ความสนใจกันมากมาย ก็เลยเอามาให้อ่านกันนะจ๊ะ..
เขียนโดย พ.ท.รศ.ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
ความล้ำหน้าของเทคโนโลยี บรอดแบนด์ แบบไร้สาย นับวันยิ่งมีการพัฒนาและนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในทุกวงการก็ว่าได้ ซึ่งในทุกๆ งานจะต้องมี เทคโนโลยีไร้สาย มาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น
บรอดแบนด์ คือ ระบบการสื่อสารที่มีความเร็วสูง รับปริมาณการสื่อสารได้มากมายหลาย ๆ ช่องสัญญาณ ซึ่งปัจจุบันระบบบรอดแบนด์ ในประเทศไทยได้เข้ามาสู่ผู้ใช้งานตามบ้านแล้วด้วยบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL ซึ่งทำให้ความเร็วในการใช้บริการอินเตอร์เน็ต เร็วกว่าโมเด็มความเร็ว 56 กิโลบิทต่อวินาที ถึงกว่า 10 เท่าโดยมีความเร็วสูงมากกว่า 2.0 เมกะบิทต่อวินาที
แต่ในบางครั้งในทางธุรกิจโทรคมนาคม คำว่าบรอดแบนด์ ก็อาจหมายถึง ระดับความเร็วที่มากกว่าหรือเท่ากับ 256 กิโลบิทต่อวินาที จึงถือว่าระดับความเร็ว 256 กิโลบิทต่อวินาที เป็นระดับความเร็วขั้นต่ำสุดของ บรอดแบนด์ นั่นเอง
มาตรฐานของเทคโนโลยีบรอดแบนด์แบบไร้สาย ในแต่ละแบบถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงการตลาดเป็นหลัก เช่นเทคโนโลยีไร้สายอย่างไวไฟฮอตสปอต ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายตามสถานที่ต่างๆ ในปัจจุบันนี้ก็ได้มีเทคโนโลยีด้านไร้สายที่ได้ถูกพัฒนามาเพื่อการบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ที่มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างมาก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันภายใต้ชื่อ WiMAX
ความเป็นมาของ WiMAX (Worldwide Interoperability for Microwave Access) นั้นเกิดจากการรวมตัวกันในปี 2544 ของบริษัทชั้นนำอย่าง Nokia, Agilent, Intracom, Huges Network, Fujitsu Microelectronics, Alvairon และอีกหลายบริษัท โดยมีจุดมุ่งหมายให้เกิดมาตรฐานสากล และทำงานร่วมกันได้ ซึ่งหมายถึงผู้ใช้บริการสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องรับไร้สายความเร็วสูงตามมาตรฐาน WiMAX ของยี่ห้อใดๆก็ได้ แล้วสามารถนำมาใช้ร่วมกับอุปกรณ์เครื่องส่งของบริษัทอื่นๆได้ โดยเน้นไปที่การใช้งานในระดับที่กว้างขึ้นกว่าเทคโนโลยีไวไฟฮอตสปอต ซึ่งจะทำงานในย่านคลื่นระหว่าง 2.5 ถึง 66 กิกะเฮร์ซ สามารถให้บริการบรอดแบนด์ในราคาที่คุ้มค่าสำหรับบ้านเรือน ในรัศมีห่างออกไป 30 ไมล์ (48 กิโลเมตร) และสามารถส่งข้อมูลได้ราว 70 เมกะบิตต่อวินาที
WiMAX ได้รับการอนุมัติให้เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติ โดยสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE)) และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า IEEE 802.16 มีการแตกเวอร์ชั่นย่อยออกมามากมาย ซึ่งการแบ่งมาตรฐานแบบนี้ ทำให้เชื่อได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ IEEE 802.16 จะประสบความสำเร็จ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่น ๆ
โดยปกติแล้วมาตรฐาน 802.16a ประกอบด้วยสถานีฐานซึ่งติดตั้งบนอาคาร หรือตึกสูงซึ่งสามารถติดต่อกับจุดต่างๆตั้งแต่จุดเดียว ไปจนถึงหลายๆจุดด้วยระยะทางสูงสุดถึง 30 ไมล์ รัศมีของแต่ละเซลโดยปกติคือ 4-6 ไมล์ ส่วนเพิ่มเติมก็คือ 802.16a สนับสนุนแนวคิดของเทคโนโลยีในการส่งข้อมูลจากเซลไซด์ไปยังสวิตซ์ แบบไร้สาย (wireless backhaul technology) เพื่อติดต่อกับไวไฟฮอตสปอต (IEEE 802.11) ซึ่งก็คือระบบเครือข่ายท้องถิ่นแบบไร้สาย
WiMAX กำลังจะเป็นเทคโนโลยีไร้สายความเร็วสูงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอนาคตเนื่องจากได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากบริษัทชั้นนำของโลกและกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างเช่น Intel ที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะให้การสนับสนุนการใช้งาน WiMAx อย่างเต็มที่
โดยอินเทลได้เริ่มผลิตซิลิคอนเพื่อใช้ในเทคโนโลยี WiMAX ขณะเดียวกันอินเทลก็มีแผนที่จะบรรจุเทคโนโลยี WiMAX เข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของชิปเซ็ตในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสำหรับปี 2006 ด้วย หมายความว่าในปี 2006 มากกว่า 80% ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกจะซัพพอร์ต WiMAX โดย
ปัจจุบันผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศอังกฤษ สเปน เม็กซิโก บราซิล ฮ่องกง และอินเดียเริ่มทดลองใช้ WiMAX แล้ว
เทคโนโลยี WiMAX จะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลัก ซึ่งเข้ามาช่วยขยายเครือข่ายสู่พื้นที่ห่างไกลที่ ADSL และ Cable เข้าไม่ถึง ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการขุดถนน เพื่อวางสายเคเบิลไยแก้ว WiMAX มีคุณสมบัติพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องเดินทาง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ยังสามารถสื่อสารได้ตลอดเวลา แม้ว่าเดินทางทำงานออกจากบ้านของตัวเองแล้วก็ตาม
ดังนั้นเทคโนโลยีการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สาย WiMAX กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ลงทุนต่ำกว่าเทคโนโลยีอื่น และเป็นเทคโนโลยีซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นส่วนขยายของบริการฮอตสปอทหรือการบริการบรอดแบนด์ความเร็วสูงไปยังจุดซึ่งโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ไม่ได้ครอบคลุมถึง ตลอดจนเป็นส่วนขยายไปยังผู้ใช้ปลายทางหรือที่เรียกว่า last miles ของเทคโนโลยีแบบมีสายอื่นๆ
